สอบตำรวจ

สอบตำรวจ

สอบตำรวจอยากเป็น “นายร้อยตำรวจ” อยากติดดาวบนบ่าต้องทำไงบ้าง

สอบตำรวจ ของเหล่านักเรียนนายร้อยในรั้วสามพราน โดยได้ถ่ายทอด ประสบการณ์ จากปากนายตำรวจรุ่นใหม่-รุ่นเก่า ที่เคยเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียน เตรียมทหารสู่การเลือก”เหล่าตำรวจ” แต่รู้กันใช่ไหมคะ ว่า ? การจะติดดาวบนบ่า เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตร มิใช่เพียงต้องจบชั้นมัธยม และสอบตรงเข้าสู่โรงเรียน เตรียมทหารเพียงอย่างเดียว  เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังเปิดโอกาสให้กับบุคคล ที่มีความสามารถ ความถนัด และใช้โควตาพิเศษ รวมแล้ว 6 เส้นทาง ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ นำข้อมูลทั้งหมดมาเรียบเรียงไว้ เผื่อใครสนใจ จะได้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

วาดฝันเอาไว้ จากมัธยมปลาย สอบตำรวจ ตรงเข้าเตรียม เลือกเหล่าตำรวจ

คนไหนที่กำลังศึกษา ระดับชั้นมัธยมปลาย ม.4 – ม.5 อาจจะเห็นว่า เพื่อนชายร่วมชั้นเรียนอยู่ดี ๆ ก็หนีหายออกไป ขณะยังไม่จบชั้นมัธยมปีที่ 6 นั้นก็เพราะเพื่อนๆ เค้ามีความฝันเตรียมตัวมาตั้งแต่ต้น จะด้วยการอ่านหนังสือ ติวข้อสอบเอง หรือเรียนตามสถาบันติวเตอร์ สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร มุ่งสู่นายร้อยตำรวจโดยตรง ก็ตามแต่

หากสามารถผ่านการทดสอบ ตามหลักเกณฑ์ ก็เข้าไปเรียนต่อในรั้วโรงเรียนเตรียมทหารได้ทันที ขั้นตอนวิธีการสอบเข้า สรุปไว้ให้เข้าใจรวบรัดคือต้องศึกษาอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 4 เป็นต้นไป อายุไม่เกิน 15-18 ปี ต้องเรียนสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เท่านั้น โดยใช้วุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 4 (โรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ) นำไปเข้าสมัครสอบ

เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ และเมื่อสอบผ่านต้องเข้าเรียนเตรียมทหาร 2 ปี และต่อด้วยโรงเรียนนายร้อยตำรวจอีก 4 ปี ตามหลักสูตรที่กำหนด เมื่อจบมาได้ติดดาวพระราชทานยศ ร้อยตำรวจตรี (ร.ต.ต.) และรับพระราชทานกระบี่ 

ซึ่งที่ผ่านมาย้อนไปสักประมาณ 20-30 ปีก่อน ทุกคนที่สอบติดเตรียมทหาร ยังไม่สามารถเลือกเหล่าได้ทันที ต้องรอเรียนจนจบเตรียมทหาร 2 ปี แล้วนำคะแนนสอบ มาเลือกเหล่าตามลำดับ แต่ปัจจุบัน ทางโรงเรียนเตรียมทหาร ได้เปิดโอกาสให้สอบคัดเลือกเหล่าต่างๆ ในวัน และเวลาที่ไม่ตรงกัน ดังนั้น ผู้ที่พลาดหวังจากเหล่าตำรวจ ก็ยังสามารถไปสอบเลือกสอบ เข้าเป็น ทหารอากาศ ทหารเรือ และ ทหารบก ได้อีกด้วย 

จบ มัธยม 6 อายุไม่เกิน 18 ปี สอบตำรวจ เข้าโรงเรียนนายร้อย

ใครที่จบชั้นมัธยมศึกษา หลายคนที่พลาดหวังสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร หากอายุไม่เกิน 18 ปี สามารถใช้วุฒิ ม.6 หรือเทียบเท่า ไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยได้ แต่จะไม่ได้จบ 2 ปี จากเตรียมทหาร (เพราะได้เรียน ม.5-ม.6 จากโรงเรียนเดิมมาแล้ว) ซึ่งก็ถือเป็นอีก 1 เส้นทางที่จะเข้าไปเรียนกับเพื่อน

ในรั้วโรงเรียนนายร้อยสามพราน และอาจจะไปเจอเพื่อนสนิทที่สอบติดไปก่อนเรา และเริ่มเข้าเป็นนักเรียน นายร้อยรุ่นเดียวกัน ก็เป็นได้ ที่สำคัญ รอบนี้ห้ามพลาดนะคะเด็กๆ ต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ติวหนักๆ เพราะถือเป็นหนทางคว้าดาวที่ไม่ยากเกินเอื้อม แต่ถ้าไม่ติดอีกรอบนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีเส้นทางให้พิชิตติดดาวได้อีก

สอบเข้านายสิบตำรวจ เรียน 1 ปี (อายุไม่เกิน 25 ปี) จะมีสิทธิ์สอบนายร้อยตำรวจ

ต้องนำวุฒิการศึกษา ไปสอบนายสิบตำรวจให้ติด ซึ่งข้อสอบจะเน้นวิชาความรู้ ที่ง่ายกว่าการสอบเข้า โรงเรียนนายร้อย เมื่อสอบเรียนนายสิบ (ทั่วประเทศ) 1 ปี และอายุไม่เกิน 25 ปี จะมีสิทธิ์สอบเข้านายร้อยตำรวจ โดยใช้โควตานายสิบตำรวจ โดยจะรับประมาณ 30 คน เข้าไปเรียนนายร้อยตำรวจ โดยจะได้เรียน พร้อมรุ่นของเตรียมทหาร ที่ขึ้นเหล่า และนับรุ่นนายร้อยเหมือนกัน

ข้อสอบที่ใช้สอบเข้า จะออกเหมือนแนวทางเดียวกับ เตรียมทหาร และเป็นข้อสอบเดียวกันกับ นายร้อยตำรวจหญิง จะมีโอกาสสอบจนอายุ 25 ปี นั่นหมายความว่า สมมติสอบติดนายสิบตำรวจติดตอนอายุ 18 ปี เรียนจบ 19 ปี ก็จะมีสิทธิ์สอบถึง 6 ครั้ง จนกว่าจะอายุ 25 ปีเลย

เข้าสายนายร้อยตำรวจอบรม ต้องมีวุฒิปริญญาตรี เปิดสอบภายใน

เมื่อสอบเข้าเรียนเป็นนายสิบได้แล้ว แต่โชคไม่เข้าข้าง เพราะไม่สามารถสอบชิงโควตา เข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ อีก 1 หนทางคือ ต้องเรียนจนจบปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ หรือรัฐศาสตร์ หรือสาขาข้างเคียงที่อาจเปิดรับ สามารถใช้วุฒิปริญญาตรีสอบภายใน ขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร เค้าจะเรียกกันว่า “นายร้อยอบรม” และถึงแม้จะไม่ได้ผ่านโรงเรียนนายร้อยมีรุ่นโดยตรง แต่เป็นสายที่นิยมกันมากในวงการราชการตำรวจไทย 

ดังนั้นเมื่อเป็นนายสิบตำรวจ และเรียนจบปริญญาตรีคณะตามที่บอกไป ระหว่างรับราชการเป็นนายสิบ ก็ใช้วุฒิการศึกษาดังกล่าว มาสอบเข้าอบรม หากสอบไม่ติด ก็สามารถยื่นสอบใหม่ได้ทุกปีไปจนอายุครบ 52 เลยแต่ทางที่ดี สอบให้ติดตั้งแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า เพราะจะได้มีดาวบนบ่า อนาคตไกลแน่นอน

เข้าสายนายร้อยตำรวจอบรม นักกีฬาทีมชาติ (เฉพาะทาง)

การจะเข้าทางลัดสายนี้ ต้องเป็นสายงานที่เปิดรับ “ผู้มีความรู้ ความสามารถพิเศษ และคุณสมบัติพิเศษ” จบปริญญาตรี ในสาขาที่ต้องการ เช่น แพทย์ตำรวจ ตำรวจวิศวะ ตำรวจสารนิเทศ กองพิสูจน์หลักฐาน ฯลฯ รวมถึงนักกีฬาโควตาพิเศษ ก็สามารถรับการพิจารณาให้เข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจเช่นกัน 

คงเคยเห็นนักกีฬาทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล นักเทนนิส นักมวย นักว่ายน้ำ ที่ทำคุณประโยชน์ชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ ก็สามารถบรรจุเข้ามาเป็นตำรวจได้ ส่วนจะอยู่ในหน่วยงานไหน ด้านใดนั้น คงต้องว่ากันที่ผลการสอบคัดเลือก หรือหน้างานที่ถนัดต่อไป

ติดยศนายดาบ จน 52 ปี เลื่อนไหลติดดาวบนบ่า ขึ้นสัญญาบัตรทันที ไม่ต้องสอบ

เหมือนจะเป็นหนทาง ที่ไม่ต้องพยายามอะไรมาก หากแต่ว่าต้องใช้เวลา รับราชการจนเกือบเกษียณ กว่าจะได้ติดยศเป็น “ร้อยตำรวจตรี” ขึ้นชั้นสัญญาบัตร เพราะทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้อนุมัติจัดให้ ข้าราชการตำรวจที่มีอายุ 52 ปีขึ้นไป เลื่อนไหลได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบแข่งขัน แย่งชิงกับใคร เหลือเวลารับราชการอีก 7 ปี ผลงานดีก็จะเกษียณที่ ยศพันตำรวจตรี ซึ่งนี่ถือเป็นโครงการดีๆ ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบให้แด่พี่ๆ ตำรวจที่รับราชการมายาวนาน ดังนั้นการได้ติดดาวบนบ่า เป็นของขวัญแห่งความเพียร จึงเป็นเรื่องน่ายินดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะยังมีนโยบายเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง 

อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งถอย เพราะการจะเป็นนายร้อยตำรวจ หรือเข้ารับราชการตำรวจ มีหนทางการสอบเข้า และเปิดรับมากกว่าหน่วยงานราชการอื่นๆ หากมุ่งมั่นตั้งใจ